WEPRTHAI

มาส่องเทคนิควิธีสวมเครื่องมือจัดฟันใสให้ไม่อึดอัด

Invisalign

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการรักษาฟันด้วยการจัดฟันกลายเป็นทันตกรรมที่เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะไม่เพียงเพิ่มความมั่นใจในรอยยิ้มแต่ยังรวมถึงการปรับการเรียงตัวของฟันให้เป็นระเบียบง่ายต่อการทำความสะอาด ป้องกันโรคปริทันต์แทรกซ้อน หนึ่งในโปรแกรมที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนาหูในช่วงนี้คงหนีไม่พ้น การจัดฟัน Invisalign ที่มีจุดเด่นคือเครื่องมือใสอำพรางการมองเห็น ผู้ป่วยสามารถใส่-ถอดเครื่องมือด้วยตัวเอง บทความนี้จะมาเผยเทคนิคการสวมเครื่องมือจัดฟันใส Invisalign ให้ไม่อึดอัด

มาทำความรู้จักการจัดฟันใส Invisalign กันสักนิด

Invisalign คือ การจัดฟันแบบใสอำพรางการมองเห็นเครื่องมือโดยใช้นวัตกรรมที่ทันสมัยจากอเมริกาเข้ามาช่วยให้การจัดฟันมีประสิทธิภาพ เช่น การสแกนโครงสร้างฟันด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ การออกแบบชุดเครื่องมือจัดฟันตามทิศทางเคลื่อนตัวของฟันแต่ละบุคคลช่วยร่นระยะเวลารักษาให้เร็วกว่าการรักษาแบบดั้งเดิม วัสดุที่มีความยืดหยุ่นดูแลรักษาง่าย

การจัดฟันใส Invisalign ทำให้เกิดอาการเจ็บปวดในช่องปาก?

จริงๆแล้ว Invisalign ไม่ได้เจ็บอย่างที่คิด แต่เนื่องด้วยการรักษาที่ต้องอาศัยแรงกระทำต่อฟันจึงอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกแน่นตึงบริเวณฟัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่มีการเปลี่ยนชุดเครื่องมือเซทใหม่ที่จะทำการปรับการเคลื่อนฟันในแต่ละรอบ อย่างไรก็ตามยังคงระคายเคืองช่องปากน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการจัดฟันแบบโลหะที่อาจมีการขีดข่วนของเครื่องมือจนทำให้เกิดบาดแผลภายในได้

มาดูเคล็ด(ไม่)ลับการใส่ Invisalign ไม่ให้รู้สึกอึดอัด

1.ใช้ความเย็นเข้าช่วย เมื่อเกิดความรู้สึกปวดตึงที่ฟัน ลองอมก้อนน้ำแข็งหรือดื่มน้ำเย็นจะช่วยบรรเทาอาการปวดให้ดีขึ้น แต่ระวังการเคี้ยวน้ำแข็งที่อาจส่งผลต่อความเสียหายอุปกรณ์

2.ระมัดระวังการรับประทานอาหาร ถึงแม้ว่าการจัดฟันใส Invisalign จะมอบความสะดวกสบายในระหว่างการรับประทาน เพราะสามารถถอดออกได้ง่าย แต่เพื่อไม่ให้รู้สึกปวดหรือเสียวฟันในช่วงที่เปลี่ยนชุดเครื่องมือใหม่ๆ จึงควรเลือกทานอาหารนิ่มๆเคี้ยวง่าย ลดการกระทบกระเทือนของฟันมากจนเกินไป

3.เปลี่ยนให้ถูกเวลา สิ่งสำคัญในการรักษาด้วยการจัดฟันใสอย่างมีประสิทธิภาพคือการมีวินัยสวมเครื่องมือรักษาให้ได้ 22-24 ชั่วโมงต่อวัน แต่เมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนชุดเครื่องมือเซทใหม่ ควรเลือกช่วงก่อนนอน เพราะเมื่อตื่นมาอุปกรณ์จะเริ่มเข้าที่มากขึ้นช่วยลดความเจ็บปวดที่อาจรบกวนการทำกิจกรรมระหว่างวันจนหมดสนุกเอาได้

4.ทานยาแก้ปวด หากอาการปวดฟันไม่รุนแรงมาก ผู้ป่วยสามารถรับประทานพาราเซตามอลทั่วไปที่ออกฤทธิ์เพื่อช่วยลด ระงับ และบรรเทาอาการปวดของตัวเหงือกและฟัน แต่หากมีอาการรุนแรงมากสามารถใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ NSAIDs อย่าง ไอบูโพรเฟน

5.พบแพทย์ หากอาการปวดตึงเกิดขึ้นอย่างเรื้อรังและแก้ไขด้วยวิธีอื่นๆไม่ได้ผล ควรรีบเข้ารับการปรึกษาจากทันตแพทย์จัดฟันผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อให้แพทย์ตรวจสอบและประเมินความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการรักษา รวมทั้งปรับปรุงเครื่องมือให้เข้ากับพื้นฐานฟันแต่ละคนมากขึ้น

สรุป

ทุกการรักษาล้วนมีข้อดี-ข้อเสียและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ผู้ที่สนใจเข้ารับการรักษาจึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ปรึกษาทันตแพทย์จัดฟันที่น่าเชื่อถือ เลือกรับบริการจากสถานที่ที่มีความปลอดภัยถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานสากล รวมทั้งการมีวินัยในการสวมเครื่องมือปฏิบัติตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่คาดหวัง